ความภูมิใจของชาวสุรินทร์
posted on 14 Sep 2009 11:10 by moomleklek in Anything
เอนทรีนี้เอาใจแม่ ตามใจพ่อ
เพราะถูกตัดพ้อต่อว่าไม่ยอมเขียนให้สักที
ว่ารอดูมานานเป็นเดือนแล้วนะ ไม่ยอมนำมาลงให้สักที
พอจะเขียน ก็หารูปที่พ่อส่งมาให้ไม่เจอซะนี่
ก็เลยต้องไปขอรูปจากเพื่อนบ้านมาลง
ซึ่งงานก็ผ่านพ้นมาประมาณ 1 เดือนแล้ว แต่
ความภูมิใจของครอบครัวปุ้ย ยังไม่จางหายไป
มาดูกันคะ ว่าทำไมพ่อกับแม่ ถึงได้ยิ้มกันไม่หุบเลย
ไม่ใช่ซิ ต้องชาวบ้านท่าสว่าง และชาวสุรินทร์ทั้งจังหวัดที่ยิ้มกันไม่หุบด้วย
3 นางเอกของงานมหกรรมศิลปาชีพอีสานใต้ กับ "ชุดผ้าไหมยกทอง" จากผีมือชาวท่าสว่าง
ซึ่งตอนนี้โด่งดังไปทั่วโลก
ซึ่งงานนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนารถ
เฉลิมพระชนมพรรษา 77 พรรษา 12 สิงหามหาราชินี
ชุดผ้าไหมยกทอง เป็นผลงานการออกแบบและควบคุมการผลิต
โดยอาจารย์วีระธรรม ตระกูลเงินไทย ส่วนการทอก็ต้องยกให้บรรดาแม่บ้าน
ชาวท่าสว่างทั้งหลาย รวมไปถึงพ่อบ้านที่คอยแวะมาให้กำลังใจ ร้องกันตรึม
ร้องเจรียงให้ฟังระหว่างทอ รวมไปถึงผู้เฒ่าผู้แก่ที่คอยมาติชมฝีมือการทอ
และคอยส่งข้าวส่งน้ำให้คนที่ทอผ้าอยู่ทุก ๆ คน
ชุดผ้าไหมยกทอง ชุดแรก เป็นผ้าไหมยกทองลายดอกจัน มีหน้านาง เรียกว่ากรวยเชิง
สมัยโบราณเรียกว่า "ผ้าหน้าเก็บ" หน้าผ้าเก็บลาย สไบแพร สีทับทิม ผ้าตากปักไหมทอง
ผ้าผืนนี้เป็นผ้าตั๊กแตน (สตรีบรรดาศักดิสมัยโบราณนิยมใช้) ชาวบ้านท่าสว่างของเรา
ต้องใช้เวลาในการทอ 5 - 6 เดือนถึงจะเสร็จ สำหรับราคาผ้านุ่งเราตั้งราคาไว้ที่
ผืนละ 1 หมื่นกว่าบาท ( ไม่ได้ถามแม่ว่า ที่ว่า กว่า ๆ เนี่ย เท่าไร)
ส่วนผ้าสไบเป็นผ้าที่ใช้ในราชสำนักทำให้ไม่มีการตั้งราคา เพราะพวกเราจะทอ
ส่งเข้าไปถวายข้างในเท่านั้น ไม่มีการทอตามออเดอร์แต่อย่างใด
ผ้าไหมยกทอง ชุดที่ 2 เป็นผ้าไหมยกทอง ลายหลวงในราชสำนัก ผ้าห่มทรงสะพัก
ผ้ากรองทอง ในสมัยโบราณฝ่ายในเป็นคนทำ และ ทอเป็นครั้งแรก เมื่อรัฐบาลให้ทำขึ้น
เพื่อทูลเกล้าถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนารถ ในวโรกาสพระชนมายุครบ 72
พรรษา เป็นลวดลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ตัดเสื้อใช้ในงานพิธีแรกนาขวัญ ราคาอยู่ที่ 35,000 บาท
ผ้าไหมยกทองชุดที่ 3 สไบ ทำครั้งแรก ใช้ตกแต่งละครคณะโจหลุยส์ ส่วนผ้านุ่ง
เพิ่งทอขึ้นเมื่อปี 2551 สำหรับให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นุ่งในพิธีแรกนาขวัญ
ราคาเมตรละ 1 แสนกว่าบาท (อีกแล้วไม่รู้กว่าเท่าไร)
ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือการทอของชาวบ้านท่าสว่างทั้งนั้น งานก็ผ่านพ้นไปด้วยดี
พร้อม ๆ กับ ได้ออเดอร์งานมาอีกเพียบ
ที่รู้มาเพิ่มเติม ยัยน้องสาวปุ้ยเอาผ้าของแม่ที่ทอเก็บไว้เกือบ 10 ปีเห็นจะได้ ไปนุ่ง
เป็นชุดเจ้าสาวในวันแต่งด้วย ปุ้ยแอบไปสืบราคาจากป้า ๆ ได้ข่าวมาว่า ผืนนั้นราคา 25,000 บาท
โอ๊ย....ความอิจฉามันมาจากไหนไม่รู้ ตาร้อนเลยละ (ร้องไห้เพราะเสียดายโดนแซง)
ปล.1 ลงให้แล้วเน้อพ่อจ๋าแม่จ๋า
ปล.2 พี่จ๋ากลับสุรินทร์แต่ละครั้งได้ผ้าไหมกลับมาทุกครั้ง แต่ปุ้ยไม่เคยเห็นเลย
ไม่รู้เอาไปไว้ที่ไหน น่าจะเอามาสะสมด้วยกันนะ
ปล.3 วันหลังจะนำรูปผ้าไหมยกทองที่ทอเตรียมนำขึ้นถวายสมเด็จพระเทพฯ มาให้ชมกันคะ
รักพี่จ๋าจัง
ปุ้มปุ้ยจ้า

เห็นภาพแรกยังไม่ทันได้อ่านรายละเอียดก็รู้สึกเลยว่าไม่ธรรมดา .. ผลงานฝีมือคนไทยนี่ล้ำเลิศจริงๆ นะคะ
ฝากไปชมคนทำด้วยเน้อ..
#1 By แอ้ on 2009-09-14 13:50